10 สูตรทำเค้กชั้น สูตรเค้กวันเกิดเนื้อนุ่มซ่อนไส้หลากสไตล์สุดเก๋อร่อยฟินทุกคำ

แค่เห็นก็น้ำย่อยเดินแล้ว ชวนทำเมนูเค้กชั้น สูตรขนมอร่อยนุ่มสลับชั้นกับไส้ต่าง ๆ หน้าตาดีแบบนี้แวะมาชิมกันหน่อยทุกคน

จากที่เคยทำเมนูเค้ก ตัดออกมามีแต่เนื้อแป้งล้วน ๆ ดูเชยไปหน่อย ลองสไลซ์เป็นชั้นแล้วปาดไส้ลงไปหน่อยสิคะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำเค้กชั้น เช่น เค้กมะพร้าวอ่อน เค้กหน้านิ่ม เค้กชาเขียว ถ้าอยากรู้ว่าลองทำจริงไหมเลื่อนลงไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

1. เค้กมะพร้าวอ่อนครีมสด

ใครชอบกินมะพร้าวต้องลอง พบกับเมนูเค้กมะพร้าวอ่อนครีมสด สูตรจาก คุณ Yohan Nefia แป้งเค้กนุ่มใส่น้ำมะพร้าวสลับชั้นด้วยครีมใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนและท็อปด้วยครีมสดมะพร้าวอ่อน

ส่วนผสม ไส้ครีมมะพร้าวอ่อน

  • เนื้อมะพร้าวอ่อน 1 ลูก
  • น้ำตาลทราย 25 กรัม
  • กะทิกล่อง 125 มิลลิลิตร
  • น้ำมะพร้าว 75 มิลลิลิตร
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • แป้งถั่วเขียว 30 กรัม
  • เนยสด 15 กรัม

ส่วนผสม ครีมสดมะพร้าวอ่อน (สำหรับปาดหน้าเค้ก)

  • วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลไอซิ่ง 1 ช้อนชา
  • น้ำมะพร้าว 1 ช้อนชา

วิธีทำไส้ครีมมะพร้าวอ่อน

  1. นำเนื้อมะพร้าวอ่อน น้ำตาลทราย กะทิ น้ำมะพร้าว เกลือ และแป้งถั่วเขียวมาผสมกัน นำขึ้นตั้งไฟอย่าให้แรงมากแล้วคนเรื่อย ๆ จนข้นได้ที่ ปิดไฟแล้วใส่เนยสดลงไปคนให้ละลาย
  2. ขูดมะพร้าวอ่อนให้เป็นเส้น ๆ จากนั้นก็นำมาหั่นเป็นชิ้นตามชอบ พักทิ้งไว้

วิธีทำเค้กมะพร้าวอ่อน

  1. ร่อนแป้งเค้กกับผงฟูอย่างน้อย 2 รอบ เตรียมไว้
  2. ผสมกะทิ ไข่แดง น้ำมันพืช และน้ำมะพร้าวเข้าด้วยกัน เทส่วนผสมแป้งลงไปคนเร็ว ๆ ให้เข้ากัน
  3. ตีไข่ขาวให้พอขึ้นฟอง ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์และค่อย ๆ ทยอยใส่น้ำตาลทรายทีละน้อยจนไข่ขาวตั้งยอดปานกลางเกือบแข็ง
  4. เทใส่ลงในส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ แล้วนำเข้าอบในพิมพ์ประมาณ 20 นาที

วิธีทำครีมสดปาดหน้าเค้ก

ตีผสมวิปปิ้งครีม น้ำตาลไอซิ่ง และน้ำมะพร้าวจนขึ้นฟู เตรียมไว้

วิธีประกอบตัวเค้ก

  1. หั่นเค้กเป็น 2 ชั้น ปาดไส้มะพร้าวลงไปตามชอบ
  2. ประกบเค้กทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน ทาครีมสดให้ทั่วหน้าเค้ก และราดเนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปอีกครั้ง จากนั้นแช่เย็นให้แข็งตัว พร้อมเสิร์ฟ

 

++++++++++++++++++

2. เค้กชาร์ลอตต์สตรอว์เบอร์รี

และแล้วก็เจอเมนูเค้กชั้นหน้าตาดีเหมาะกับโอกาสพิเศษ นั่นคือเค้กชาร์ลอตต์สตรอว์เบอร์รี สูตรจาก ครัวป้ามารายห์ จับเลดี้ฟิงเกอร์ทำเป็นตัวเค้กพร้อมสลับชั้นกับมูสสตรอว์เบอร์รี แต่งหน้าด้วยสตรอว์เบอร์รีสด

ส่วนผสม เลดี้ฟิงเกอร์

  • ไข่แดง 3 ฟอง
  • น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1) 45 กรัม
  • ไข่ขาว 3 ฟอง
  • ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) 45 กรัม
  • แป้งเค้ก 90 กรัม
  • ใช้พิมพ์ถอดก้นได้ขนาด 2 ปอนด์ (ใช้พิมพ์ 1 ปอนด์ ทำไกด์วาดเป็นวงกลมเพื่อบีบรูปก้นหอย)

ส่วนผสม มูสสตรอว์เบอร์รี

  • เจลาตินผง 2 ช้อนชา
  • สตรอว์เบอร์รีสดหั่นเป็นชิ้นเล็ก 125 กรัม
  • น้ำตาลทราย 50 กรัม
  • น้ำเลมอน 5 กรัม (หรือน้ำมะนาว)
  • วิปปิ้งครีม 300 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง

วิธีทำเค้กชาร์ลอตต์สตรอว์เบอร์รี

  1. ทำเลดี้ฟิงเกอร์ โดยตีไข่แดงกับน้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1) จนไข่สีอ่อนลง
  2. ตีไข่ขาวจนเป็นฟองหยาบ แล้วใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ และน้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) ลงไป น้ำตาลทรายควรจะแบ่งใส่สัก 3 รอบนะคะ แล้วตีจนตั้งยอดกลาง ตักไข่ขาวมาบางส่วนใส่ลงในชามไข่แดงที่ผสมไว้ ตะล่อมเบา ๆ จนเข้ากัน แล้วเทกลับลงไปในชามไข่ขาว ตะล่อมจนเนียนเข้ากัน
  3. ร่อนแป้งเค้กลงไปบางส่วน แล้วใช้ไม้พายตะล่อมอย่างเบามือจนเข้ากัน ร่อนแป้งเค้กส่วนที่เหลือลงไป (แบ่งแป้งใส่สัก 3 รอบ) แล้วนำไปใส่ถุงบีบ
  4. ใช้พิมพ์ 1 ปอนด์ ทำไกด์วาดเป็นวงกลมเพื่อบีบรูปก้นหอย (อย่าลืมพลิกด้านกระดาษ ก่อนวาดควรทาไขมันที่กระดาษไขก่อน) วาดทั้งหมด 2 ชิ้น แล้วบีบเป็นเส้นยาวประมาณ 6-7 เซนติเมตร ให้ห่างกันสักเล็กน้อย บีบต่อกันไปเรื่อย ๆ จนหมด หลังจากนั้นร่อนน้ำตาลไอซิ่งให้ทั่ว แล้วพักไว้ 5-10 นาที ให้น้ำตาลซึมเข้าไปในตัวเค้ก
  5. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง เป็นเวลา 10 นาที พออบเสร็จแล้วพักให้เย็นแล้วใช้มีดหรือสปาตูลาแซะออกมา
  6. ทำมูสสตรอว์เบอร์รี โดยผสมเจลาตินกับน้ำพักไว้ 10 นาที พอครบเวลานำสตรอว์เบอร์รีหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ไปต้มกับน้ำตาลทรายและน้ำมะนาวจนเดือด แล้วใส่เจลาตินลงไป ต้มจนเจลาตินละลาย แล้วปิดเตา เทใส่ชามพักไว้จนเย็นสนิท
  7. ตีน้ำตาลไอซิ่งกับวิปปิ้งครีมจนตั้งยอด แล้วเทซอสสตรอว์เบอร์รีลงไปตะล่อมให้เข้ากัน
  8. ใช้มีดตัดตรงกลางเลดี้ฟิงเกอร์ แบ่งเป็น 2 ส่วน วางตัวเลดี้ฟิงเกอร์รอบ ๆ พิมพ์ แล้ววางตัวก้นหอยไว้ที่ฐาน กดให้แนบพิมพ์
  9. แบ่งมูสเป็น 2 ส่วน เทใส่ชั้นแรกแล้วปรับหน้าเรียบ วางตัวก้นหอยลงไป แล้วเทมูสส่วนที่เหลือลงไป ปรับหน้าให้เรียบสวยงาม แล้วนำไปแช่ตู้เย็นให้เซตตัวประมาณ 5 ชั่วโมง พอเซตตัวแล้วก็ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รี โรยด้วยไอซิ่ง

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

3. เค้กมอคค่า

ถ้าเบื่อ ๆ เค้กกาแฟจ๋า ก็ลองมาทำเมนูเค้กมอคค่า (Mocha Sponge Cake) สูตรจาก ครัวป้ามารายห์ สูตรนี้แป้งเค้กใส่น้ำกาแฟและผงโกโก้ สลับชั้นด้วยบัตเตอร์ครีมกาแฟ
ส่วนผสม เค้กสปันจ์มอคค่า (สำหรับขนาด 3 ปอนด์)
  • ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 3 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 80 กรัม
  • สารเสริมคุณภาพสำหรับทำขนมเอสพี (SP) หรือโอวาเล็ต (Ovalet) 15 กรัม
  • นมสด 40 กรัม
  • กลิ่นกาแฟ หรือกลิ่นช็อกโกแลต 1/2 ช้อนชา
  • แป้งเค้ก 100 กรัม
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • เนยเค็มละลาย 80 กรัม
  • น้ำร้อน 40 กรัม
  • ผงกาแฟสำเร็จรูป 1 ช้อนชา
  • ผงโกโก้ 10 กรัม
หมายเหตุ : นำน้ำร้อนผสมกับผงกาแฟ และผงโกโก้แล้วพักให้เย็น
ส่วนผสม บัตเตอร์ครีมกาแฟ (สำหรับแต่งหน้าเค้ก)
  • ผงโกโก้ 10 กรัม
  • ผงกาแฟสำเร็จรูป 1 ช้อนชา
  • น้ำร้อน 30 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 80-90 กรัม
  • เนยจืด 100 กรัม
  • เนยขาว 120 กรัม
  • ช็อกโกแลตคอมพาวด์ หรือดาร์กช็อกโกแลต 100 กรัม

วิธีทำเค้กมอคค่า

  1. ทำเค้กสปันจ์กาแฟ โดยตีไข่ไก่ น้ำตาลทราย และสารเสริมคุณภาพ (SP) หรือโอวาเล็ต ตีผสมจนไข่ฟูมีสีขาวนวลขึ้น
  2. ใส่ของเหลวที่ประกอบด้วยน้ำร้อนที่ชงกับผงโกโก้และผงกาแฟ นมสด เติมกลิ่นกาแฟ ตีไปสัก 5-10 นาที หรือจนส่วนผสมฟูขึ้น 2-3 เท่า (Ribbon Stage) เวลายกตะกร้อแล้วส่วนผสมที่หยดลงมาไม่จมลงโถ จะลอยอยู่เหนือผิวหน้าด้านบน หลังจากนั้นใส่แป้งที่ร่อนกับผงฟูลงไป แนะนำให้ร่อนสัก 2 รอบ เค้กจะได้เบานุ่มยิ่งขึ้น เอาตะกร้อมือตะล่อมเบา ๆ ก่อน แป้งจะได้ไม่ฟุ้ง หลังจากนั้นก็ตีด้วยความเร็วต่ำจนเข้ากันดี ลองเช็กดูก้นโถว่ามีแป้งนอนก้นหรือเปล่า ถ้าไม่มีให้ทำขั้นตอนต่อไป คือ ค่อย ๆ ใส่เนยละลายลงไป อย่าใส่ทีเดียวหมดนะคะ ระวังเค้กจะเป็นไต หลังจากใส่เนยหมดก็ตีต่ออีก 3-5 นาที
  3. เทใส่พิมพ์ เคาะพิมพ์ไล่ฟองอากาศสัก 1-2 ครั้ง เอาไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30-35 นาที ใช้ไฟบน-ล่าง ปิดพัดลม
  4. พออบเสร็จแล้วพักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท และนำไปแช่ตู้เย็นเพื่อให้เค้กเซตตัวก่อนนำมาแต่งหน้าสัก 2 ชั่วโมง
  5. ทำครีมบัตเตอร์กาแฟ โดยผสมผงโกโก้ ผงกาแฟ กับน้ำร้อน คนให้เข้ากัน แล้วเทลงชามน้ำตาลไอซิ่ง คนให้เข้ากันแล้วพักไว้
  6. ตีเนยสดกับเนยขาวจนขึ้นฟูแล้วเติมส่วนผสมของเหลวที่ผสมพักไว้ลงไป ตีจนเนยขึ้นฟูเป็นเนื้อครีม
  7. แบ่งเค้กเป็น 2 ส่วน ปาดครีมบนเค้กชิ้นแรกให้ทั่ว เอาอีกชิ้นมาประกบแล้วปาดครีมให้ทั่ว
  8. ละลายดาร์กช็อกโกแลต แล้วเทใส่พิมพ์ถอดก้นได้ เกลี่ยให้ทั่วแล้วเคาะสัก 3-4 ครั้ง เพื่อไล่ฟองอากาศ และปรับให้หน้าเรียบสวยงาม แล้วเอาไปแช่ตู้เย็นให้เซตตัวประมาณ 5-10 นาที พอเซตตัวแล้วก็เอาผ้าชุบน้ำอุ่นพันรอบพิมพ์ประมาณ 1 นาที แล้วก็แซะเอาช็อกโกแลตออกมา แบ่งเป็น 12 ชิ้น แต่เราจะวางบนเค้กแค่ 10 ชิ้น จัดวางเรียงให้สวยงาม และตกแต่งด้วยครีมบัตเตอร์กาแฟได้ตามจินตนาการ

 

++++++++++++++++++

4. เค้กเผือก

 

ใครมีเผือกเหลือ ๆ จับมาทำเมนูเค้กเผือก สูตรจาก ครัวป้ามารายห์ เนื้อเค้กสีม่วงสลับชั้นกับเผือกกวนและครีมสด ยิ่งแช่เย็นยิ่งเพิ่มความอร่อย
ส่วนผสม เค้กเผือก เค้กสปันจ์ (สำหรับพิมพ์ 2 ปอนด์)
  • ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 2 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 50-60 กรัม
  • สารเสริมคุณภาพสำหรับทำขนมเอสพี (SP) หรือโอวาเล็ต (Ovalet) 10 กรัม
  • น้ำ 25 กรัม
  • นมสด หรือนมจืด 25 กรัม
  • กลิ่นเผือก 1/2 ช้อนชา
  • แป้งเค้ก 80 กรัม
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • สีผสมอาหารสีม่วง (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
  • เนยเค็มละลาย 80 กรัม (พักให้อุ่นลง อย่าใส่ตอนร้อน)
ส่วนผสม เผือกกวน
  • เผือกนึ่ง 400 กรัม
  • น้ำตาลทราย 80 กรัม
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา (ถ้าไม่ชอบเค็มก็ลดลงเหลือสัก 1/4 ช้อนชาก็ได้)
  • น้ำมันพืช 100 กรัม (จะใช้กะทิแทนก็ได้)
  • สีผสมอาหารสีม่วง
ส่วนผสม ครีมสด
  • วิปปิ้งครีม 300 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 30 กรัม

วิธีทำเค้กสปันจ์

  1. ตีไข่ไก่ น้ำตาลทราย และสารเสริมคุณภาพเอสพีหรือโอวาเล็ต ตีผสมจนไข่ฟูมีสีขาวนวลขึ้น ใส่น้ำ นม และกลิ่นเผือก ตีต่อประมาณ 5-10 นาที หรือจนส่วนผสมฟูขึ้น 2-3 เท่า
  2. พอฟูได้ที่แล้ว สังเกตจากเวลายกตะกร้อขึ้นมาแล้วส่วนผสมที่หยดลงมาไม่จมลงโถ จะลอยอยู่เหนือผิวหน้าด้านบน) ใส่แป้งที่ร่อนกับผงฟูลงไป (แนะนำให้ร่อนสัก 2 รอบ เค้กจะได้เบานุ่มยิ่งขึ้น) เอาตะกร้อตะล่อมเบา ๆ ก่อนเปิดเครื่อง แป้งจะได้ไม่ฟุ้ง
  3. หลังจากนั้นก็ตีด้วยความเร็วต่ำ ใส่สีผสมอาหารสีม่วงลงไป ตีประมาณ 3 นาที หรือจนเข้ากัน ลองเช็กดูก้นโถว่ามีแป้งนอนก้นหรือเปล่า ถ้าไม่มีให้ทำขั้นตอนต่อไป คือ ค่อย ๆ ใส่เนยละลายลงไป อย่าใส่ทีเดียวหมดนะคะ ระวังเค้กจะเป็นไต หลังจากใส่เนยหมด ก็ตีต่ออีก 3-5 นาที
  4. เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 35-40 นาที (แล้วแต่เตาแต่ละบ้าน ต้องลองเช็กเตาที่บ้านอีกที) พออบเสร็จแล้วพักไว้ให้เย็นสนิท และนำไปแช่ตู้เย็นเพื่อให้เค้กเซตตัวก่อนนำมาแต่งหน้าสัก 2 ชั่วโมงหรือทั้งคืน

วิธีทำเผือกกวน

  1. นึ่งเผือกให้สุกแล้วนำมาบดให้ละเอียด ถ้าใครมีเครื่องปั่น พอนึ่งเผือกเสร็จแล้วรอให้อุ่นแล้วมาปั่นรวมกับส่วนผสมอื่น ๆ ใส่น้ำลงไปพอแค่ไม่ให้มันหนืดเกินไป แต่อาจจะกวนนานขึ้นหน่อย เพราะมีน้ำมันจะทำให้เผือกเหลว กวนจนได้ส่วนผสมที่ไม่แห้งมากจนเกินไป
  2. ใส่เผือกที่กวนลงไปในกระทะที่จะกวน เติมน้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำมันพืช กวนทุกอย่างให้ละลายเข้ากัน พอกวนได้ที่แล้วก็ใส่สีผสมอาหารสีม่วง คนให้ทั่วแล้วทำมากรองด้วยตะแกรงอีกที แล้วพักให้เย็น

วิธีทำครีมสดและขั้นตอนประกอบตัวเค้ก

  1. ตีวิปปิ้งครีมกับไอซิ่งจนตั้งยอดแข็ง เตรียมไว้
  2. แบ่งเค้กเป็น 2 ชั้น โดยปาดครีมลงไปที่ชั้นแรกก่อน แล้วปาดด้วยเผือกกวนทับลงไปอีกชั้น นำเค้กอีกแผ่นมาวางประกบ ปาดด้วยวิปครีมให้ทั่วทั้งก้อนเค้ก แต่งหน้าด้วยวิปครีม และเผือกกวนตามชอบ หลังจากนั้นแช่ตู้เย็นให้เค้กเซตตัวประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนนำมาตัดเสิร์ฟ

 

++++++++++++++++++

5. เค้กชาไทย

 

วันหยุดนี้ต้องลองทำเมนูเค้กชาไทยหน้านิ่ม (Thai Tea Cake) สูตรจาก ครัวป้ามารายห์ เนื้อเค้กหอมกลิ่นชาไทยสลับชั้นและท็อปด้วยชาไทยหน้านิ่ม แค่คำเดียวก็ฟินแล้ว

ส่วนผสม เค้กสปันจ์ชาไทย (สำหรับพิมพ์ 3 ปอนด์)
  • ไข่ไก่ (เบอร์ 1) 3 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 80 กรัม
  • สารเสริมคุณภาพสำหรับทำขนมเอสพี (SP) หรือโอวาเล็ต (Ovalet) 15 กรัม
  • น้ำชาไทย 40 กรัม
  • นมสด หรือนมจืด 40 กรัม
  • กลิ่นชาไทย 1/2 ช้อนชา
  • แป้งเค้ก 100 กรัม
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • เนยเค็มละลาย 80 กรัม (พักให้อุ่นลง อย่าใส่ตอนร้อน)
  • สีผสมอาหารสีส้ม (ไม่ใส่ก็ได้)
ส่วนผสม หน้านิ่มชาไทย
  • ผงวุ้น 1 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 250 กรัม
  • น้ำชาไทย 250 กรัม
  • น้ำตาลทราย 70 กรัม
  • นมข้นหวาน 80 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 35 กรัม
  • นมสดหรือนมข้นจืด 100 กรัม
  • เนยสดเค็ม 70 กรัม
  • กลิ่นชาไทย 1 ช้อนชา
ส่วนผสม น้ำชาไทย
  • น้ำร้อน 300-350 กรัม
  • ผงชาไทย 3-5 ช้อนโต๊ะ
หมายเหตุ : เมื่อชงชาแล้วพอกรองจนชาสีเข้มแล้วแบ่งน้ำชาประมาณ 40 กรัม ไว้ทำเค้ก

วิธีทำเค้กชาไทยหน้านิ่ม

  1. ผสมผงชาไทยกับน้ำร้อนแล้วพักไว้ให้สีชาแก่ขึ้น แบ่งส่วนหนึ่งไว้ผสมทำเค้ก อีกส่วนไว้ทำหน้านิ่ม
  2. ทำเค้กชาไทย โดยตีไข่ไก่ น้ำตาลทราย และสารเสริมคุณภาพเอสพีหรือโอวาเล็ตจนขึ้นฟูหรือสีไข่ดูอ่อนลง
  3. เติมน้ำชาที่กรองไว้ นม และกลิ่นชาไทย ตีไปสัก 5-10 นาที หรือจนส่วนผสมฟูขึ้น 2-3 เท่า สังเกตจากเวลายกตะกร้อแล้วส่วนผสมที่หยดลงมาไม่จมลงโถ จะลอยอยู่เหนือผิวหน้าด้านบน
  4. ใส่แป้งที่ร่อนกับผงฟูลงไป (แนะนำให้ร่อนสัก 2 รอบ เค้กจะได้เบานุ่มยิ่งขึ้น) เอาตะกร้อตะล่อมเบา ๆ ก่อนเปิดเครื่อง แป้งจะได้ไม่ฟุ้ง ตีประมาณ 3 นาที หลังจากนั้นก็ตีด้วยความเร็วต่ำจนเข้ากันดี ลองเช็กดูก้นโถว่ามีแป้งนอนก้นหรือเปล่า ถ้าไม่มีให้ทำขั้นตอนต่อไป คือ ค่อย ๆ ใส่เนยละลายลงไป อย่าใส่ทีเดียวหมด ระวังเค้กจะเป็นไต หลังจากใส่เนยหมดก็ตีต่ออีก 3-5 นาที
  5. พอครบ 5 นาทีแล้วอย่าลืมเช็กก้นโถว่ามีเนยนอนก้นหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็เทใส่พิมพ์ 3 ปอนด์ที่เตรียมไว้เลย
  6. นำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส อบไฟบน-ล่าง ปิดพัดลม เป็นเวลา 35-40 นาที แล้วแต่เตาแต่ละบ้าน ต้องลองเช็กเตาที่บ้านอีกที พออบเสร็จแล้วพักไว้ให้เย็นสนิท และนำไปแช่ตู้เย็นเพื่อให้เค้กเซตตัวก่อนนำมาแต่งหน้าสัก 2 ชั่วโมงหรือข้ามคืน
  7. พอเค้กเซตตัวแล้วทำชาไทยหน้านิ่มต่อเลย ผสมผงวุ้นกับน้ำแล้วคนให้วุ้นละลาย และพักไว้ให้วุ้นเซตตัว 10 นาที
  8. ผสมน้ำตาลทรายกับนมข้นหวานลงในน้ำชาไทย คนให้เข้ากัน
  9. นำหม้อที่ผสมผงวุ้นพักไว้ไปต้มจนเดือดและผงวุ้นละลายหมด หลังจากนั้นเติมส่วนผสมน้ำชาไทยลงไป คนจนเข้ากัน
  10. ผสมแป้งข้าวโพดกับนมสดหรือนมข้นจืดให้เข้ากัน แล้วค่อย ๆ เทลงไปในหม้อ ระหว่างนี้ก็คนไปด้วย คนแป๊บเดียวหน้านิ่มก็ข้นขึ้นแล้ว คนต่ออีกสัก 20-30 วินาที แล้วดับเตา ใส่กลิ่นชาไทยและเนยสดลงไป คนจนเนยละลาย
  11. แบ่งเค้กเป็น 2 ชิ้น นำหน้านิ่มปาดบนเค้กแผ่นแรกให้ทั่ว แล้วนำอีกแผ่นมาวางประกบ ปาดด้านข้างให้เรียบร้อยแล้วราดหน้านิ่มให้ทั่วเค้ก ปาดให้สวยงาม พักให้เซตตัวในตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนนำมาตัดเสิร์ฟ

 

++++++++++++++++++

6. เค้กชิฟฟ่อนสตรอว์เบอร์รี

 

หน้าตาฟรุ้งฟรุ้งแบบนี้ต้องลองทำ พบกับเมนูเค้กชิฟฟ่อนสตรอว์เบอร์รี หรือสตรอว์เบอร์รีชิฟฟ่อน สูตรจาก ครัวป้ามารายห์ เนื้อเค้กสีชมพูสลับชั้นกับครีมสดผสมสตรอว์เบอร์รี แต่งหน้าด้วยครีมสดและไวท์ช็อกโกแลตกานาชสีชมพู
ส่วนผสม ไข่แดง
  • ไข่แดง 3 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 35 กรัม (ประมาณ 1/4 ถ้วยตวง)
  • น้ำ 60 กรัม (ประมาณ 1/3 ถ้วยตวง)
  • น้ำมันพืช 35 กรัม (ประมาณ1/4 ถ้วยตวง)
  • กลิ่นสตรอว์เบอร์รี 1/2 ช้อนชา
  • แป้งเค้ก 80 กรัม (2/3 ถ้วยตวง)
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • สีผสมอาหารสีชมพู
ส่วนผสม ไข่ขาว
  • ไข่ขาว 3 ฟอง
  • ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
  • แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 30 กรัม (ประมาณ 1/4 ถ้วยตวง)
ส่วนผสม ครีมสด
  • วิปปิ้งครีม 300 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 40 กรัม
  • สตรอว์เบอร์รีสด
ส่วนผสม ไวท์ช็อกโกแลตกานาชสีชมพู
  • ไวท์ช็อกโกแลต (White Chocolate) 100 กรัม
  • วิปครีม 80 กรัม
  • สีผสมอาหารสีชมพู
  • กลิ่นสตรอว์เบอร์รี 1/2 ช้อนชา

วิธีทำเค้กชิฟฟ่อนสตรอว์เบอร์รี

  1. ทำส่วนผสมไข่แดง โดยตีไข่แดงกับน้ำตาลทรายจนเข้ากันแล้วใส่น้ำ น้ำมันพืช และกลิ่นสตรอว์เบอร์รีลงไป ตีจนเข้ากันดี
  2. ใส่แป้งที่ร่อนพร้อมผงฟู (ร่อนสัก 2 รอบ เพื่อความนุ่มฟู) ตะล่อมจนเข้ากันแต่อย่านานมากเดี๋ยวเค้กจะเหนียว หลังจากนั้นก็ใส่สีผสมอาหารสีชมพูตะล่อมจนเข้ากัน พักไว้
  3. ทำส่วนผสมไข่ขาว โดยตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์จนเป็นฟองหยาบแล้วใส่แป้งข้าวโพด ค่อย ๆ ทยอยใส่น้ำตาลทรายลงไป แบ่งใส่สัก 3 ครั้ง ตีจนตั้งยอดอ่อนหรือตั้งยอดกลาง
  4. ตักส่วนผสมไข่ขาวบางส่วนใส่ชามส่วนผสมไข่แดง ตะล่อมเบา ๆ จนเข้ากัน ใส่ส่วนผสมไข่ขาวที่เหลือลงไป ตะล่อมจนเนียนเข้ากัน
  5. เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ ใช้ไพ่หรือไม้พายเกลี่ยให้แป้งเค้กเสมอกัน แล้วเคาะพิมพ์เพื่อไล่ฟองอากาศสัก 1-2 ครั้ง ถ้ายังมีฟองอยู่ก็เอาไม้จิ้มฟันเจาะฟองออก นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 12-15 นาที เปิดไฟบน-ล่าง พออบเสร็จก็เคาะพิมพ์ 1 ครั้งเพื่อไม่ให้เค้กยุบตัวมาก หลังจากนั้นก็นำไปพักบนตะแกรงจนเย็นสนิท
  6. ทำครีมสด โดยตีวิปครีมกับน้ำตาลไอซิ่ง ตีจนตั้งยอดแข็ง หลังจากนั้นแบ่งครึ่งเค้กเป็น 2 ชิ้น ทาวิปครีมลงไปจนทั่วแผ่นแรกแล้ววางสตรอว์เบอร์รีให้ทั่วแล้วทาวิปครีมทับลงไปอีกครั้ง นำเค้กอีกแผ่นมาวางประกบ ทาวิปครีมด้านบนแล้วปาดให้เรียบเสมอกัน นำไปพักในตู้เย็นประมาณ 30 นาทีหรือจนเซตตัว
  7. พอเค้กเซตตัวแล้วก็มาทำไวท์ช็อกโกแลตกานาช โดยต้มวิปครีมให้เดือดแล้วเทลงไปในชามไวท์ช็อกโกแลต คนให้ละลายเข้ากัน เติมสีผสมอาหารสีชมพูลงไปตามชอบ ถ้าอยากใส่กลิ่นสตรอว์เบอร์รีเพิ่มก็ได้ ประมาณ 1/2 ช้อนชา แล้วคนจนเย็น เทราดหน้าเค้กให้ทั่ว หลังจากนั้นพักให้เซตตัวประมาณ 2 ชั่วโมง พอเซตตัวแล้วก็ตัดด้านข้างที่ไม่สวยออกไป ตัดแบ่งเป็นชิ้นตามใจชอบ

 

++++++++++++++++++

7. เค้กชาเขียวถั่วแดง

อยากกินหนักมากกับเมนูเค้กชาเขียวถั่วแดง สูตรจาก ครัวป้ามารายห์ เนื้อเค้กใส่ผงชาเขียว สลับชั้นกับวิปครีมและถั่วแดง โรยด้วยผงชาเขียว

ส่วนผสม ครีมแต่งหน้าเค้ก

  • วิปปิ้งครีม 400 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 60 กรัม (ถ้าใครอยากใส่กลิ่นชา หรือผงชาเพิ่มตอนตีครีมก็ได้ ถ้าใส่กลิ่นก็ใส่ประมาณ 1/2 ช้อนชา ถ้าเป็นผงชาก็ใส่ประมาณ 5-10 กรัม แล้วแต่ความชอบ)
ส่วนผสม เค้กชาเขียวถั่วแดง

วิธีทำเค้กชาเขียวถั่วแดง

  1. ทำวิปปิ้งครีม โดยตีวิปครีมและน้ำตาลไอซิ่งจนตั้งยอดแข็ง
  2. แบ่งเค้กเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกให้ทาวิปครีม ชั้นที่สองปาดถั่วแดง ส่วนชั้นบนสุดก็ปาดวิปครีมให้ทั่ว พักให้เซตตัวในตู้เย็น 4-5 ชั่วโมง พอครีมเซตตัวแล้วก็นำออกมา ก่อนตัดเสิร์ฟก็ร่อนผงชาเขียวโรยหน้าให้สวยงาม

 

++++++++++++++++++

8. เค้กชาเขียว

แอบเบื่อเค้กชั้นชาเขียวถั่วแดงกวนก็ลองมาทำเมนูเค้กชาเขียว สูตรจาก เฟซบุ๊ก Baking Glory แป้งเค้กผสมผงชาเขียว พออบสุกผ่าครึ่งแล้วทาวิปปิ้งครีม ก่อนเสิร์ฟโรยผงชาเขียวด้านบน

ส่วนผสม แป้งของแห้ง
  • แป้งเค้ก (ที่ร่อนแล้ว) 1/2 ถ้วย
  • ผงฟู 1/2 ช้อนชา
  • ผงชาเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1) 1/4 ถ้วย
ส่วนผสม ไข่แดง
  • ไข่แดง 2 ฟอง
  • น้ำมันเมล็ดชา 2 ช้อนโต๊ะ (หรือใช้น้ำมันพืชแทนได้)
  • น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสม ไข่ขาว
  • ไข่ขาว 2 ฟอง
  • น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) 1/3 ถ้วย
  • สีผสมอาหารสีเขียว เล็กน้อย (เพื่อเพิ่มสีสัน แต่ไม่ใส่ก็ไม่เป็นไร)
  • ครีมสด (สำหรับแต่งหน้าเค้ก)

วิธีทำเค้กชาเขียว

  1. แบ่งส่วนผสมเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของแห้ง ส่วนไข่แดง และส่วนไข่ขาว
  2. ร่อนแป้งเค้ก (ที่ร่อนแล้ว) กับผงฟู ผงชาเขียว และเกลือป่นเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่น้ำตาลทรายส่วนที่ 1 ลงไป เตรียมไว้
  3. ผสมไข่แดง น้ำมันเมล็ดชา และน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
  4.  ตีไข่ขาวกับน้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) เข้าด้วยกันจนตั้งยอดแข็ง เตรียมไว้
  5. นำส่วนผสมไข่แดง ในข้อ 3 ผสมกับแป้งที่ร่อนไว้ ในข้อ 2 คนผสมให้เข้ากันจนเนียน และชาเขียวไม่เป็นเม็ด ใส่สีผสมอาหารสีเขียวลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำไปผสมกับไข่ขาวที่ตีไว้ ในข้อ 4 คนผสมพอเข้ากัน
  6. เทส่วนผสมใส่พิมพ์ นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส นานประมาณ 30 นาที (ถ้าใช้พิมพ์ถ้วยก็ประมาณ 20 นาที ลองเช็กความสุกด้วยไม้จิ้มฟัน ถ้าเนื้อไม่ติดไม้ก็สุกแล้ว อย่าอบนานไปเพราะเนื้อจะแห้ง) นำเค้กที่อบเสร็จแล้วมาผ่าครึ่งแล้วทาด้วยวิปปิ้งครีมที่ตีไว้ตามชอบ ก่อนเสิร์ฟโรยผงชาเขียวด้านบนเพิ่มความสวยงาม

 

++++++++++++++++++

9. เค้กกาแฟคาราเมล

ชงเครื่องดื่มกาแฟรอเลยเพราะจะได้มากินคู่กับเมนูเค้กกาแฟคาราเมล สูตรจาก นิตยสาร Health & Cuisine ความพิเศษคือ ตัวเค้กสลับชั้นกับไส้กล้วยคาราเมลและครีมคาราเมล หั่นเป็นชิ้นจัดเสิร์ฟ

ส่วนผสม เค้กกาแฟ

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 8 กรัม
  • เกลือป่น 1 กรัม
  • ผงฟู 4 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง (1) 72 กรัม
  • ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 4 ฟอง
  • น้ำมันพืช 32 กรัม
  • น้ำเปล่า 65 กรัม
  • ผงกาแฟ 8 กรัม
  • กลิ่นกาแฟ 4 กรัม
  • ไข่ขาว 4 ฟอง
  • น้ำตาลไอซิ่ง (2) 30 กรัม
  • ครีมออฟทาร์ทาร์ 1 กรัม

ส่วนผสม คาราเมล

  • น้ำตาลทรายขาว 13 กรัม
  • เกลือป่น 0.2 กรัม
  • เนยเค็ม 20 กรัม
  • นมข้นจืด 24 กรัม
  • นมข้นหวาน 60 กรัม
  • พิมพ์ทรงกระบอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 นิ้ว

ส่วนผสม ซอสคาราเมล

  • น้ำตาลทรายขาว 200 กรัม
  • เกลือป่น 0.8 กรัม
  • น้ำเปล่า 54 กรัม
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 69 กรัม

ส่วนผสมอื่น ๆ

  • วิปปิ้งครีม 74 กรัม
  • กล้วยหอม 3 ลูก
  • ช็อกโกแลตขูดและกาแฟผงสำหรับตกแต่งตามชอบ

วิธีทำเค้กกาแฟ

  1. ร่อนแป้ง เกลือป่น ผงฟู และน้ำตาลไอซิ่ง (1) เข้าด้วยกัน พักไว้ ผสมไข่แดง น้ำมันพืช น้ำ ผงกาแฟ และน้ำหอมกลิ่นกาแฟ คนผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำส่วนผสมของแห้งที่ร่อนไว้มาเทใส่ แล้วคนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน
  2. ตีไข่ขาว น้ำตาลไอซิ่ง (2) และครีมออฟทาทาร์ด้วยหัวตีตะกร้อ เมื่อเข้ากันแล้วทยอยเทส่วนผสมในข้อ 1 ลงไป ตีจนส่วนผสมทั้งหมดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่พิมพ์ทรงกระบอกขนาดเส้นผ่านศูนย์ กลาง 3 นิ้ว นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นานประมาณ 30 นาที เมื่อเค้กสุกพักให้เย็น แกะออกจากพิมพ์ สไลซ์ผิวเค้กด้านบนออก แล้วสไลซ์เค้กตามแนวนอนแบ่งเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน
  3. ทำคาราเมล โดยละลายน้ำตาลทรายขาวด้วยไฟกลางจนกลายเป็นคาราเมล เติมเกลือป่น เนย นมข้นจืด และนมข้นหวานลงไป คนให้เข้ากัน รอให้เดือดสักพัก ปิดไฟ ยกลงพักไว้จนเย็น
  4. ทำไส้กล้วยคาราเมลโดยสไลซ์กล้วยหอมเป็นชิ้นบาง แล้วนำไปคลุกกับคาราเมล 48 กรัม
  5. ทำครีมคาราเมลโดยตีวิปปิ้งครีมจนตั้งยอด จากนั้นใส่คาราเมล (ที่ได้ในข้อ 4) ลงไป 55 กรัม ตีต่อจนเข้ากัน
  6. ทำน้ำตาลคาราเมลโดยนำน้ำตาลทรายและน้ำ ยกขึ้นตั้งไฟกลางต้มจนกลายเป็นคาราเมล เติมเม็ดมะม่วงหิมพานต์และเกลือป่น คนให้เข้ากัน ปิดไฟ ยกลงแล้วเทลงในถาดแบน รอจนน้ำตาลแข็ง ตัดเป็นชิ้น ๆ พักไว้
  7. ประกอบชิ้นเค้กโดยวางไส้กล้วยคาราเมลลงบนชิ้นเค้ก นำเค้กอีกชิ้นปิดทับ แล้วบีบครีมคาราเมล ตกแต่งด้วยน้ำตาลคาราเมล ช็อกโกแลตขูด คาราเมล และกาแฟผง

 

++++++++++++++++++

10. เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม

ตามคำเรียกร้องของเด็ก ๆ ที่อยากกินเค้กชั้นของโปรดนั่นคือ เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม สูตรจาก คุณ Kate Somburanayut จับเค้กช็อกโกแลตสลับชั้นกับช็อกโกแลตหน้านิ่ม สุดท้ายราดช็อกโกแลตหน้านิ่ม

ส่วนผสม ของแห้ง

  • แป้งเค้ก 80 กรัม
  • ผงฟู 1/4 ช้อนชา
  • เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  • ผงโกโก้ 25 กรัม
  • น้ำตาลทรายป่น 90 กรัม

ส่วนผสม ของเหลว

  • น้ำ 50 กรัม
  • นมข้นจืด 25 กรัม
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 65 กรัม
  • ไข่แดง 2 ฟอง

ส่วนผสม ไข่ขาว

  • ไข่ขาว 2 ฟอง
  • น้ำตาลทรายป่น 45 กรัม
  • ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา

ส่วนผสม ช็อกโกแลตฟัดจ์ (เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม)

  • ผงวุ้น 1 ช้อนชา
  • น้ำ 300 กรัม
  • นมข้นจืด 200 กรัม
  • น้ำตาลทราย 200 กรัม
  • โกโก้ 50 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 40 กรัม
  • นมข้นจืด 150 กรัม
  • เนยสด 150 กรัม
  • เหล้ารัม 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม

  1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส และเตรียมพิมพ์กลมขนาด 8 นิ้ว ปูกระดาษไข (ไม่ทาไขมัน)
  2. ร่อนส่วนผสมของแห้งเข้าด้วยกันในอ่างผสม ทำบ่อตรงกลางไว้ ใส่ส่วนผสมของเหลวทั้งหมดลงในบ่อแป้งแล้วใช้ตะกร้อมือคนให้พอเข้ากัน พักไว้
  3. นำไข่ขาวและครีมออฟทาร์ทาร์ ใส่โถแล้วตีด้วยความเร็วสูงสุด ตีจนฟองขึ้นหยาบ ๆ จึงค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายป่นลงไปจนหมด ตีจนไข่ขาวตั้งยอดแข็ง ตักส่วนผสมไข่ขาวลงไปตะล่อมกับส่วนผสมแป้งที่ตีไว้ ใช้ตะกร้อมือคนผสมให้เข้ากันอย่างเบามือ เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ นำไปอบนาน 35 นาที หรือจนกระทั่งเค้กสุก สไลซ์เป็นสองชั้น เตรียมไว้
  4. ทำช็อกโกแลตหน้านิ่ม โดยใส่ผงวุ้น น้ำ นมข้นจืด 200 กรัม น้ำตาลทราย และผงโกโก้ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ คนด้วยตะกร้อมือจนเข้ากัน และเดือด
  5. ใส่แป้งข้าวโพดกับนมข้นจืด 150 กรัมลงไป ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมเข้ากัน และเหนียวข้น
  6. พอเริ่มเดือดใส่เนยลงไป คนผสมเรื่อย ๆ ห้ามหยุด จนส่วนผสมข้นเท่าที่ต้องการ ยกลงจากเตา ใส่เหล้ารัมลงไป คนต่อจนส่วนผสมอุ่น นำหน้านิ่มปาดบนเค้กแผ่นแรกให้ทั่ว แล้วนำอีกแผ่นมาวางประกบ ปาดด้านข้างให้เรียบร้อยแล้วราดหน้านิ่มให้ทั่วเค้ก ปาดให้สวยงาม พอเซตตัวตัดแบ่งเป็นชิ้นให้สวยงาม

 ใครถูกใจเมนูเค้กชั้นแบบไหนลองทำเลยค่ะ สำหรับเราขอทำเค้กมะพร้าวอ่อนครีมสดเป็นเมนูแรกเพราะชอบกินมะพร้าวที่สุดเลย