ต้องไปลอง 12 ร้านกาแฟแสนเก๋ บรรยากาศดีเว่อร์

เมื่อร้านกาแฟเป็นอีกหนึ่งสถานที่สุดชิลที่เพื่อน ๆ หลายคนตามหา และยิ่งทุกวันนี้ก็มีร้านกาแฟผุดขึ้นเป็นจำนวนมาก การงัดไอเดียดี ๆ เด็ด ๆ มาสร้างสรรค์ร้านก็คงเป็นอีกหนึ่งจุดขายที่ดึงดูดความสนใจมากขึ้น วันนี้เราเลยแวะไปหยิบเอาร้านกาแฟไอเดียสร้างสรรค์ และร้านกาแฟบรรยากาศดี ๆ ที่เหมาะสำหรับไปนั่งจิบกาแฟ ชิมขนมอร่อย เข้ากับบรรยากาศน่ารัก ๆ ของร้าน แถมบางร้านยังบรรยากาศดีเว่อร์ เหมาะจะไปแชะภาพลงโซเชียลซะจริง ๆ แบบนี้รอช้าไม่ได้แล้วแวะไปดูร้านกาแฟที่เราคัดมาฝากกันดีกว่า

1. ร้าน Quest Café

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Quest-Connaisseur Cafe Bangkok

          เริ่มกันที่ Quest Café ที่ถือเป็นอีกหนึ่งร้านกาแฟสุดเก๋ ตกแต่งได้สวยงามแปลกตาในสไตล์เรโทรผสมผสานเข้ากับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว ภายในร้านแบ่งโซนที่นั่งออกเป็นหลายส่วนหลากมุมให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นโซนเอาท์ดอร์กับสนามหญ้าสีเขียว หรือโซนภายในร้านที่ตัวร้านออกแบบให้เป็นผนังกระจกเพื่อรับแสงสว่างในช่วงกลางวันโดยไม่ต้องเปิดไฟ ส่วนเมนูกาแฟของที่นี่ส่วนใหญ่ใช้เมล็ดกาแฟที่ผสมเอาจุดเด่นของแต่ละที่ทั่วโลก มาผสมผสานกันให้เป็นสูตรของที่ร้านเอง ผ่านเครื่องชงแบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งศิลปะการชงกาแฟที่น่ามาลิ้มลองเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารและขนมหวานให้เลือกหลากหลาย อาทิ สลัด, ครีมคัสตาร์ด และไอศกรีม เป็นต้น

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00-22.00 น.
ที่อยู่ : ถนนพญาไท (ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าพญาไท) เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
   โทรศัพท์ : 0 2612 1442, 09 2249 8313
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก Quest-Connaisseur Cafe Bangkok

2. ร้าน Fill In the Blank Coffee

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Fill in the blank

         ร้านกาแฟสีพาสเทลที่ดัดแปลงมาจากบ้านพัก เติบโตมาจากคาเฟ่เล็ก ๆ จากตลาดนัดสวนจตุจักร เน้นการตกแต่งตัวร้านในสไตล์ฟาร์มลอฟท์ ซึ่งภายในร้านมีการแบ่งโซนต่าง ๆ ออกเป็นโซนเครื่องดื่ม โซนจำหน่ายสินค้าอย่างกระเป๋าผ้า, หมอน และของตกแต่งบ้าน รวมทั้งสินค้าออแกนิกส์หลากรูปแบบ ส่วนเมนูอาหารก็มีให้เลือกทั้งอาหารคาว ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกทั้งร้อน-เย็น อาทิ ชา กาแฟ และ Pineapple-lime Smoothie ซึ่งเป็นเมนูแนะนำของร้าน ของหวานสไตล์โฮมเมดที่มีให้เลือกมากมายทั้ง French Lemon Tart, Apple Crumble เป็นต้น

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-19.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-20.00 น.
ที่อยู่ : ซอยสุขุมวิท 61 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ :  0 2000 4828, 09 4556 2920
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก Fill in the blank

 3. ร้าน Storyline Bangkok

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Storyline Bangkok

         ร้านตั้งอยู่ย่านสุขุมวิท 39 ที่เปิดตัวได้ไม่นาน ตกแต่งให้ตัวร้านดูสวยเด่นตั้งแต่รั้วไม้สีน้ำตาล กับการจัดวางต้นไม้สีเขียวประดับตัวร้านให้มีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้น ซึ่งเมนูอาหารของร้านส่วนใหญ่เป็นแบบฟิวชั่น French Toast with Bacon, Chicken Sandwich และขนมปัง Turkish Bread รวมทั้งเมนูของคนรักสุขภาพอย่าง Corn Cake Smoked Salmon with Avocado เป็นต้น ส่วนเมนูอาหารของที่ร้านมีทั้งของคาวและของหวานที่เป็นขนมเค้กโฮมเมดหน้าตาเรียบง่ายให้บริการ พร้อมเครื่องดื่มทั้ง ชา กาแฟ สาเก และน้ำผลไม้ให้ได้จิบเบา ๆ เข้ากับบรรยากาศความสวยงามของร้านได้เป็นอย่างดี

วลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-23.30 น.
ที่อยู่ : สุขุมวิท 39 ซอยพร้อมศรี 1 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 06 2941 5615
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก Storyline Bangkok

 4. ร้าน Porcupine Cafe Coffee

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Porcupine Café

          บรรยากาศสบายตากับการตกแต่งด้วยสีขาวละมุน เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้เข้าไปเยือนภายใน มีที่นั่งทั้งริมหน้าต่างและโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งเหมาะสำหรับชวนเพื่อนมานั่งชิลในวันพักผ่อนสบาย ๆ ส่วนเมนูอาหารมีทั้งแบบอยู่ท้องกับเบอร์เกอร์โฮมเมด ด้านของหวานทานคู่กับเครื่องดื่มชา กาแฟ ก็มีให้เลือกไม่ซ้ำแบบ ทั้ง White Iced Cube Latte, Orio Brownie, Tiramisu, Coconut Cake, Chocolat Muffin, Berry Brownie และRed Caramel Brownie เป็นต้น

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
ที่อยู่ : 111/1 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 08 6889 9210, 09 4691 4649
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก Porcupine Café

รีวิว
[CR]Review ร้านกาแฟสุดอาร์ท Porcupine cafe at อารีย์

 5. ร้าน (Un) Fashion Cafe

มาจิบกาแฟ ทานขนมภายในรถบ้านท่ามกลางบรรยากาศความวินเทจเล็ก ๆ ที่ร้าน (Un) Fashion Cafe ที่เดิมเป็นร้านขายรองเท้า กระเป๋าสไตล์วินเทจ แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาและเปลี่ยนมาเป็นคาเฟ่สุดแนว ภายในร้านแบ่งที่นั่งให้เลือกหลายแบบ ทั้งบริเวณบาร์กาแฟและนั่งโต๊ะที่มีดีไซน์แปลกตา ส่วนเมนูแนะนำ เช่น คาปูชิโน่เย็น, กาแฟสด, ชาร้อนและเย็น พร้อม ๆ ไปกับการลิ้มลองเมนูของหวานอย่าง lemon tart, Mix berry tart, Chocolate Waffle และเค้กกล้วยหอม เป็นต้น

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 12.00-21.00 น.
 ที่อยู่ : ซอยเอกมัย 10 หรือซอยสุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 0 2726 9592, 08 5350 5202

รีวิว
[CR][CR]*#* ขนมอบแสนอร่อยในร้านเก๋ ๆ (un)FASHION CAFE เอกมัย

 6. ร้าน On The River Cafe

ภาพจาก เฟซบุ๊ก On The River Cafe

          เป็นอีกหนึ่งร้านที่ดึงเอาบรรยากาศความโรแมนติกของริมแม่น้ำเจ้าพระยามาเป็นจุดขายได้เป็นอย่างดี สำหรับ On The River Cafe ร้านกาแฟเก๋ ๆ กับการเนรมิตพื้นที่ชิลให้เพื่อน ๆ มานั่งจิบกาแฟริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมทานขนมอร่อย ๆ หลากหลาย ทั้ง Honey Toast In a Jar, บราวนี่+ไอศกรีม และ Noah\’s Ark เป็นต้น

 เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น.
ที่อยู่ : 16 ถนนเกรณาวัฒนะ ตำบลบางปรอก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
โทรศัพท์ : 09 2621 7070
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก On The River Cafe

 รีวิว
[CR]ก็เพราะโสดไงแล้วจะนอนอยู่ทำไม @On The River cafe ปทุมธานี

7. ร้าน Min Cafe

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Min Cafe ミンカフェʕ•̫͡•ʔ

          ร้านสุดน่ารักที่ได้แรงบันดาลใจในการทำร้านมาจากกระท่อมคุณยาย จากนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดง ตัวร้านออกแบบจำลองให้เหมือนกระท่อมหลังขนาดย่อม ๆ ตกแต่งหน้าร้านด้วยไม้ประดับหลากชนิด และเมื่อเดินเข้าไปภายในร้านจะพบกับเฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งเหมือนภาพวาดในนิยาย แบ่งโซนที่นั่งและโซนสั่งเครื่องดื่มอย่างชัดเจน ส่วนเมนูแนะนำของร้านส่วนใหญ่เป็นเบเกอรี่ เค้ก ขนมหวานทานเล่น และเครื่องดื่มให้เลือก ซึ่งทุกชิ้นเน้นทำเองในสไตล์โฮมเมด พร้อมเสิร์ฟให้คุณด้วยการตกแต่งรูปลักษณ์ของขนมและเครื่องดื่มให้น่ารัก เชื่อว่าทุกคนที่ได้มาที่นี่จะต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00-19.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)
ที่อยู่ : ซอยกันตนา หรือซอยโรงพยาบาลบางใหญ่ ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอก) ตำบลบางม่วง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี
โทรศัพท์ : 08 8554 4598, 08 3543 2631
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก Min Cafe ミンカフェʕ•̫͡•ʔ

 รีวิว
[CR]รีวิวร้าน Min Cafe (มิน คาเฟ่) ร้านกาแฟที่ได้ไอเดียจากกระท่อมคุณยายในหนูน้อยหมวกแดง

8. ร้าน The Barn : Eatery Design

ภาพจาก เฟซบุ๊ก The Barn: Eatery Design

          ขึ้นเหนือเดินทางไปเที่ยวไกลถึงเชียงใหม่แล้ว ลองแวะไปสัมผัสพร้อมนั่งชิล ๆ กับร้านบรรยากาศฮิป ๆ กันดูบ้าง กับร้าน The Barn : Eatery Design ที่ครีเอทไอเดียให้ดูทันสมัยด้วยการออกแบบตัวร้านให้เป็นเหมือนยุ้งข้าวเก่า ๆ สไตล์ประหยัดพลังงานด้วยการออกแบบผนังกระจกส่วนหน้าร้านเพื่อรับแสงสว่างจากภายนอก แบ่งโซนที่นั่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ โซนภายในร้านที่เลือกจัดวางเฟอร์นิเจอร์ออกวินเทจหลากสไตล์ เพิ่มพื้นที่ให้ว่างเพื่อให้ไม่ดูอึดอัดจนเกินไป หรือจะเลือกนั่งโซนนอกร้านที่ออกแบบให้โดดเด่นด้วยต้นไม้ และที่นั่งรับลมแบบชิล ๆ แถมยังเพิ่มไฟประดับเพิ่มความโรแมนติกในยามค่ำคืนได้อีกด้วย ส่วนเมนูเด็ด ๆ ของร้านก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งเมนูของคาว, ของหวาน และเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังมีมุมของที่ระลึกแฮนเมดแบบเก๋ ๆ ภายในร้านให้ได้อุดหนุนกันอีกด้วย

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-01.00 น.
ที่อยู่ : ถนนศรีวิชัยซอย 4 ตรงข้ามศูนย์ปฏิบัติการเภสัชชุมชน (ร้านยาคณะเภสัชฯ) จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ : 09 4049 0294
เว็บไซต์ : thebarneaterydesign.tumblr.com, เฟซบุ๊ก The Barn: Eatery Design

รีวิว
[CR]THE BARN ร้านอาร์ทๆ น่านั่งในเมืองเชียงใหม่

9. ร้าน Bear Hug Cafe\’ (แบร์ฮัก คาเฟ่)

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Bear Hug Cafe

          เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดรวมพลคนรักหมีเลยก็ว่าได้ สำหรับร้าน Bear Hug Cafe\’ คาเฟ่บ้านไม้ 2 ชั้น ตกแต่งด้วยของสะสมรูปหมี ชื่อร้านเกิดจากความชอบของสองพี่น้อง ที่คนพี่ชอบหมี ส่วนคนน้องชอบมวยปล้ำ จึงได้ชื่อร้านว่า Bear Hug ซึ่งเป็นชื่อของท่ามวยปล้ำ หรือจะแปลว่า อ้อมกอดของหมีก็ได้ ไม่เฉพาะการตกแต่งร้าน เมนูในร้านก็ยังเป็นหมี ที่ทั้งน่ารัก น่ากิน และอร่อย เป็นร้านที่คนรักหมีไม่ควรพลาด ส่วนหน้าร้านโดดเด่นด้วยมาสคอตหมีสองตัว ตัวร้านออกแบบด้วยไม้เริ่มจากระเบียงหน้าถึงด้านในของร้าน ผสมผสานกับผนังปูนสีขาวเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้หลากสไตล์ พร้อมตกแต่งด้วยของสะสมรูปหมี

ส่วนเมนูอาหารมีทั้ง ชา กาแฟ สมูทตี้ ไอศกรีม เค้ก พาย โทสต์ แซนด์วิช สปาเกตตี และอาหารเช้า All-day Breakfast ส่วนเมนูต่าง ๆ ที่เป็นรูปหมี เช่น ลาเต้ร้อนรูปหมี, Teddy Bear Pie (พายหมีไส้ไก่ผงกะหรี่), Bear Hug Toast (ไอศกรีมน้องหมีโผล่มาจากโทสต์ราดซอสช็อกโกแลต), Happy Morning Pancake (แพนเค้กรูปหมี เสิร์ฟพรัอมไข่ดาว และไส้กรอกชีส), Mango Lover (ข้าวเหนียวมะม่วง เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมน้องหมี),  Bear Cookies และเมนูอื่น ๆ เช่น สมูทตี้ชาเขียว เป็นต้น

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการ เวลา 09.00-18.00 น. (หยุดทุกวันพุธ)
ที่อยู่ :   91/1 ถนนคชสาร ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (ร้านอยู่ติดคูเมือง เลยร้านหนังสือดวงกมลมาประมาณ 100 เมตร)
โทรศัพท์ : 0 5320 6555
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก Bear Hug Cafe

รีวิว
[CR]แวะไปเยือน : Bear Hug Cafe (เชียงใหม่)

10. ร้านบ้านหอมกลิ่นดิน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก บ้านหอมกลิ่นดิน

          สำหรับใครที่ชอบกลิ่นหอมของรวงข้าวบนท้องนา ร้านบ้านหอมกลิ่นดิน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกดี ๆ ที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ ตัวร้านออกแบบเป็นอาคาร 2 หลัง หลังที่ 1 เป็นอาคารปูนเปลือยสไตล์โมเดิร์น ส่วนอีกหลังเป็นบ้านทรงไทย 2 ชั้น ตั้งอยู่ใจกลางทุ่งนาสีเขียวภายใต้คอนเซ็ปต์ของร้านที่ว่า “บ้านหอมกลิ่นดินที่พำนักของคนรักกาแฟ” ภายในร้านแบ่งที่นั่งออกเป็น 2 โซน คือ ภายในร้านกับโซนระเบียงนั่งรับลมชิล ๆ ส่วนเมนูกาแฟของร้านบ้านหอมกลิ่นดิน เน้นใช้เมล็ดกาแฟที่มาจากระบบการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ส่งตรงจากจังหวัดระนอง แถมทางร้านยังมีเมนูอาหารคาว เครื่องดื่ม และของหวานอย่างเค้กและเบเกอรี่ให้เลือกมากมาย

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน (หยุดทุกวันพุธ) เวลา 09.00-20.00 น. (ครัวจะปิดก่อนครึ่งชั่วโมง)
ที่อยู่ : 88/8 หมู่ 8 หมู่บ้านราษฎร์ร่วมจิต ตำบลไทยชนะศึก อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย
โทรศัพท์ : 08 6211 1011
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก บ้านหอมกลิ่นดิน

รีวิว
[CR]เมืองผ่าน…ณ บ้านหอมกลิ่นดิน…

11. ร้าน Hobbyist cafe

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Hobbyist cafe

          เป็นอีกหนึ่งจุดนัดพบใหม่ ๆ สำหรับเพื่อนที่กำลังมองหาร้านกาแฟน่ารัก ๆ เลยก็ว่าได้ สำหรับร้าน “Hobbyist Cafe” อยู่ติด ๆ กับโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก กับตัวร้านที่ออกแบบให้สวยงามด้วยโทนสีไม้ตกแต่งภายในร้านแบบเรียบง่ายด้วยสไตล์การจัดวางให้เหมือนนั่งอยู่ภายในบ้านของตัวเอง กับของสะสมชิ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ พร้อมมุมที่นั่งแบบสบาย ๆ กับเฟอร์นิเจอร์หลากรูปแบบ ส่วนเมนูแนะนำของร้านนอกจากเครื่องดื่มอย่างกาแฟที่เป็นซิกเนเจอร์หลักของร้านแล้วยังมีเมนูของหวานอย่าง white choco strawberry mousse cake, Matcha sour cream cheesecake และ lemon cheesecake  ให้ได้ลิ้มรสความอร่อยอีกด้วย

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.30-20.00 น. และวันเสาร์ เวลา 09.00-20.00 น. (หยุดทุกวันอาทิตย์)
ที่อยู่ : 1326 ติดกับโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 08 6619 5446
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก Hobbyist cafe

12. ร้าน One Ounce for Onion

ภาพจาก เฟซบุ๊ก One Ounce for Onion

         ถือเป็นอีกหนึ่งร้านแนะนำในย่านเอกมัยเลยก็ว่าได้ สำหรับร้าน One Ounce for Onion ร้านที่รวมคาเฟ่ โรงคั่วกาแฟ และสถานที่ช้อปปิ้งของเก่า ของสะสมต่าง ๆ ไว้มากมาย ตัวร้านแบ่งโซนช้อปปิ้งสินค้าเครื่องประดับ และเสื้อผ้าและโซนนั่งชิล ๆ สำหรับจิบกาแฟออกจากกันอย่างชัดเจน ซึ่งความน่าสนใจอีกหนึ่งอย่างของร้านนี้คือเราสามารถทำกาแฟได้ด้วยตัวเอง เพราะทางร้านมีกาแฟคั่วจำหน่าย พร้อมหนังสือสอนวิธีชงกาแฟอย่างชัดเจนอีกด้วย และนอกจากเมนูกาแฟที่เป็นเครื่องดื่มหลักของร้านแล้ว ยังมีเมนูเบเกอรี่อบสด ๆ ใหม่ให้บริการอีกด้วย สำหรับเมนูแนะนำของร้านได้แก่ Hot Latte, Banana Crunch Shake, Fruit Waffle, Smoky Sandwich เป็นต้น

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-20.00 น.
ที่อยู่ : 9/12 ซอยเอกมัย 12 ถนนสุขุมวิท คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 0 2116 6076, 08 6388 3303
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก One Ounce for Onion

รีวิว
[CR] ชวนดื่มกาแฟหอมละมุนในโรงคั่วย่อม ๆ ที่ One Ounce for Onion เอกมัย

โอ้โห !!! มีแต่ร้านสวย ๆ น่ารัก ๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ นอกจากการตกแต่งร้านจะเป็นเอกลักษณ์แล้วเพื่อน ๆ ยังจะได้ลิ้มรสอาหารอร่อย ๆ ขนมหวานนุ่มลิ้นแล้วยังจะได้จิบเครื่องดื่มอีกด้วยค่ะ ว่าแล้วอย่ารอช้าเลือกร้านในดวงใจแล้วตรงดิ่งไปกันเลยค่ะ ^^

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบทุกครั้งก่อนเดินทาง ข้อมูล ณ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
เฟซบุ๊ก One Ounce for Onion, เฟซบุ๊ก Hobbyist cafe, เฟซบุ๊ก บ้านหอมกลิ่นดิน, เฟซบุ๊ก Bear Hug Cafe, thebarneaterydesign.tumblr.com, เฟซบุ๊ก The Barn: Eatery Design, เฟซบุ๊ก Min Cafe ミンカフェʕ•̫͡•ʔ, เฟซบุ๊ก On The River Cafe, เฟซบุ๊ก Porcupine Café, เฟซบุ๊ก Storyline Bangkok, เฟซบุ๊ก Fill in the blank, เฟซบุ๊ก Quest-Connaisseur Cafe Bangkok